การตลาดออนไลน์
(Online Marketing) ในยุค 4.0

ตลาดถูกกำหนดด้วยผู้บริโภคที่เชื่อมโยงถึงกัน

ทุกวันนี้เราอาศัยอยู่ในโลกยุคใหม่ ในยุคที่มาตรฐานต่างๆ เช่น สังคม การเมือง หรือ เศรษฐกิจ ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง โดยปัจจัยที่ทำให้ โลกของเราเปลี่ยนไปก็คือ อินเตอร์เน็ต (Internet of Things) เพราะทำให้เราสามารถเชื่อมโยงถึงกันและกันได้อย่างใกล้ชิด รวดเร็ว และเราเห็นทุกอย่างแบบโปร่งใสมากขึ้น โดยข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์ไม่สามารถมาแบ่งกั้นความเชื่อมโยงของเราได้อีกต่อไป

อำนาจทางเศรษฐกิจในปัจจุบันก็ได้ขยายแผ่ออกอย่างครอบคลุม (Horizontal) มากขึ้น เนื่องจากบริษัทยักษ์ใหญ่ไม่สามารถสร้างผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่นออกมาจากภายในองค์กรได้ หลายๆบริษัทจึงใช้วิธีการซื้อนวัตกรรมใหม่ๆ จากบริษัทเล็กๆ ที่มีผลิตภัณฑ์น่าสนใจแทน เห็นได้จากธุรกิจยักษ์ใหญ่อย่าง Microsoft ที่ซื้อ Skype หรือจะเป็น Facebook ที่ซื้อ WhatsApp

พลังของสังคมมีผลมากในยุคดิจิตัล 4.0 นี้ เพราะผู้บริโภค (Customer) เชื่อผู้นำ หรือ เชื่อผู้มีชื่อเสียงในแวดวงสังคมของเขา (Key Opinion Leader) และเชื่อคนในกลุ่ม F-Factors (Friends = เพื่อน, Family = ครอบครัว, Facebook Fans = ผู้ติดตามบนเฟสบุ้ค, Followers = ผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดีย) อย่างเช่น หากผู้หญิงคิดจะซื้อเครื่องสำอางค์พวกเขาจะซื้อก็ต่อเมื่อ Youtuber หรือ Blogger ที่เขาติดตามอยู่รีวิว (Review) ว่าใช้เเล้วดี หรือเมื่อเพื่อนเเละครอบครัวเเนะนำว่าดี มากกว่าเชื่อผู้เชี่ยวชาญหรือผู้มีความรู้ที่แบรนด์พยายามนำมาใช้เป็นเครื่องมือในการสื่อสารเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ (Brand)

ผู้บริโภคสมัยนี้กล้าพูดคุยเเลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแบรนด์ในแวดวงสังคม (community) กล้าแสดงความคิดเห็นต่อแบรนด์ (Brand) ทั้งด้านดีเเละด้านลบมากขึ้น เพราะแบบนี้ทำให้นวัตกรรมต่างๆที่เมื่อก่อนถูกคิดค้นขึ้นมาโดยเเนวตั้ง (Vertical) ก็คือการที่บริษัทผลิตเเละผู้บริโภคนำสินค้าหรือบริการไปใช้ เเต่ปัจจุบันนี้ไม่ใช่ เพราะผู้บริโภคเป็นคนโยนไอเดียไปให้บริษัทแล้วจึงพัฒนาต่อออกมาเป็นสินค้า (Horizontal) บริษัทเล็กๆ จึงมีโอกาสที่จะได้แข่งขันกับบริษัทยักษ์ใหญ่

การที่ผู้บริโภคติดต่อสื่อสารกันมากขึ้นทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป เพราะผู้บริโภคต้องการข้อมูล มากขึ้นเพื่อประกอบการตัดสินใจก่อนที่จะซื้อสินค้าสักชิ้น ผู้บริโภคใช้โทรศัพท์มือถืออ่านรีวิวสินค้านั้นๆ ขณะอยู่ในร้าน เช็คราคาหน้าร้านกับราคาในอินเตอร์เน็ต ทำให้แบรนด์ที่ทำการตลาดทั้้งแบบออฟไลน์หรือออนไลน์ (Online Marketing) ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงการเกิดคอนเทนท์ในเชิงลบได้ เเละจะยิ่งส่งผลเสียให้เเบรนด์มีความน่าเชื่อถือลดลง

ข้อดีของการที่ผู้บริโภคติดต่อสื่อสารกันมากขึ้นโดยอยู่ในแพลตฟอร์มของ Internet ก็คือการทำให้เกิด ทฤษฎี Longtail.

(รูปประกอบ Longtail Theory จาก www.technollama.co.uk)

 

ทฤษฎี Longtail คืออะไร?

อธิบายกราฟด้านบนกันก่อน ส่วนหัว (Hits) คือสินค้าที่คนส่วนมากต้องการ ส่วนหางยาวๆ (Niches) คือสินค้าที่หายาก เป็นที่ต้องการของคนกลุ่มน้อย ทฤษฎีลองเทลนี้กำลังบ่งชี้ว่าตลาดกำลังย้ายจากส่วน Hits ไป Niches เพราะการที่ทุกอย่างอยู่บนอินเตอร์เน็ตจะทำให้ทุกคนสามารถหาซื้อสินค้าที่หายากได้ง่ายขึ้น และเชวฟ์วางสินค้าจะมีอยู่อย่างไม่จบสิ้น ทำให้ผู้ขายไม่ต้องเสียค่าพื้นที่มากมายเหมือนเมื่อก่อน โลเคชั่นของร้านค้าไม่ได้สำคัญอีกต่อไป ผู้ขายเเค่ต้องทำอย่างไรก็ได้ให้สินค้าของเขาถูกคนเห็นมากที่สุด

ซึ่งวิธีการที่ทำให้คนเห็นสินค้าของคุณมากที่สุดบนแพลทฟอร์มออนไลน์ก็คือ การทำการตลาดออนไลน์ (Online Marketing) บริษัทสามารถทำเองก็ได้หรือปัจจุบันนี้ก็มีหลายบริษัทที่รับทำการตลาดให้กับธุรกิจต่างๆ ทั้ง รับทำเว็บไซต์, รับทำ adwords, รับทำ SEO หรือจะเป็น Social Media แพลต์ฟอร์มอย่าง Facebook marketing สิ่งเหล่านี้ล้วนเเล้วเเต่ทำให้ธุรกิจของคุณมีโอกาสทำให้ลูกค้าได้เห็นมากยิ่งขึ้น