ทำความเข้าใจ Live Commerce ในไทย: โอกาสใหม่ของธุรกิจยุคดิจิทัล

เมื่อการ Live กลายเป็นเทรนด์หลักของยุคดิจิทัล

           ในยุคที่ผู้บริโภคใช้เวลาออนไลน์มากกว่าช่องทางออฟไลน์ Live Commerce ไทย จึงกลายเป็นเทรนด์ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง การขายสินค้าผ่านการไลฟ์สดไม่ใช่เพียงกิจกรรมเพื่อความบันเทิงอีกต่อไป แต่กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้แบรนด์และร้านค้าสามารถเข้าถึงลูกค้าได้แบบเรียลไทม์ สร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้ขายกับผู้ชม เป็นการไลฟ์ขายของออนไลน์ที่สามารถปิดการขายได้ภายในไม่กี่นาที

Live Commerce ไทย คือการขายสินค้าผ่านการไลฟ์สดบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น Facebook, TikTok หรือ Shopee Live โดยผู้ขายสามารถนำเสนอสินค้าแบบเรียลไทม์ โต้ตอบกับผู้ชม และปิดการขายได้ทันที ต่างจากการขายออนไลน์ทั่วไปที่ไม่มีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้า

Live Commerce คืออะไร และต่างจากการไลฟ์ทั่วไปอย่างไร

           Live Commerce คือการผสมผสานระหว่างการไลฟ์สด และการช้อปออนไลน์โดยผู้ขายสามารถนำเสนอสินค้าแบบเรียลไทม์ พร้อมให้ผู้ชมสั่งซื้อได้ทันทีผ่านแพลตฟอร์มเดียว ต่างจากการไลฟ์ทั่วไปที่เน้นความบันเทิงหรือสื่อสารข้อมูลเฉยๆ

           ในบริบทของ Live Commerce ไทย ผู้ขายมักใช้สไตล์ที่เป็นกันเอง พูดคุยโต้ตอบกับผู้ชม มีโปรโมชั่นพิเศษแบบจำกัดเวลา หรือของแถมเฉพาะผู้ที่สั่งในช่วงไลฟ์ สิ่งเหล่านี้เป็นกลยุทธ์การตลาดยุคดิจิทัลที่ช่วยสร้างแรงจูงใจและความเร่งด่วนในการตัดสินใจซื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

           หากคุณต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการ Live บนแพรตฟอร์มต่างๆ สามารถเข้ามาอ่านเพิ่มเติมได้ที่ เปรียบเทียบความต่าง 4 Live Streaming แพลตฟอร์มไลฟ์สดที่คนทำธุรกิจไม่ควรพลาด! 

พฤติกรรมผู้บริโภคไทยกับการช้อปผ่านไลฟ์

           ผู้บริโภคไทยมีแนวโน้มชอบความจริงใจและความสนุกจึงไม่แปลกที่รูปแบบขายของผ่านไลฟ์จะได้รับความนิยมสูง โดยเฉพาะในกลุ่มวัยทำงานและแม่บ้านออนไลน์ที่ต้องการเห็นสินค้าจริงก่อนซื้อ ทำให้หลายธุรกิจต้องหันมาขายของผ่านไลฟ์กันมากขึ้น ทำให้ตลาดไลฟ์สดในไทยมีความคึกคักมากขึ้นในปัจจุบัน

           หากธุรกิจของคุณสนใจที่จะขายของผ่านไลฟ์แต่ยังไม่มีประสบการณ์ สามารถเข้ามาดูบริการของเราได้ที่ บริการของฮัลโหลแอดส์ DIGITAL MARKETING รับทำการตลาดออนไลน์แบบครบวงจร  

แพลตฟอร์มยอดนิยมสำหรับ Live Commerce

ในตลาดไทยมีช่องทางทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียหลายแพลตฟอร์มที่ขับเคลื่อน Live Commerce อย่างโดดเด่น ได้แก่

  • Facebook Live: เหมาะกับร้านค้าออนไลน์ทั่วไปที่ต้องการเข้าถึงผู้ติดตามจำนวนมาก
  • TikTok Live: ช่องทางที่กำลังเติบโตเร็วที่สุดเป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมสำหรับทำ Live Commerce ไทย โดยเฉพาะในหมู่วัยรุ่นและแบรนด์แฟชั่น
  • Shopee Live / Lazada Live: เน้นระบบเชื่อมต่อการสั่งซื้ออัตโนมัติ เหมาะกับการขายของผ่านไลฟ์ที่ต้องการปิดการขายทันที
  • Instagram Live และ LINE VOOM: ใช้สร้างภาพลักษณ์และคอนเน็กชันกับกลุ่มแฟนคลับเฉพาะ

ทุกแพลตฟอร์มต่างแข่งขันกันด้วยระบบฟีเจอร์ที่สนับสนุน Live Commerce ไทย เช่น ปุ่ม “ซื้อเลย”, ระบบแชตตอบอัตโนมัติ, และสถิติเรียลไทม์เพื่อวัดผลยอดขาย

กลยุทธ์สร้างยอดขายผ่าน Live Commerce

การทำให้ Live Commerce ไทย ประสบความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัย “กลยุทธ์” ที่เข้าใจผู้ชมและจังหวะการขาย เช่น

  1. เตรียมสคริปต์และจังหวะการพูด อย่าขายตรงเกินไป ให้เล่าเรื่อง สาธิตสินค้า และแทรกมุกตลกบ้างเพื่อรักษาความสนใจ
  2. ใช้ระบบ Comment Tracking ช่วยเก็บคำสั่งซื้อและติดตามลูกค้าอย่างแม่นยำ
  3. มีโปรโมชั่นเฉพาะช่วงไลฟ์ เช่น “ซื้อภายใน 10 นาที ลดเพิ่มอีก 10%” เป็นกลยุทธ์เพิ่มยอดขายผ่าน Live Commerce ไทยที่ใช้ได้ผล
  4. จัดภาพและเสียงให้มืออาชีพ แสง กล้อง และไมค์คุณภาพดีจะเพิ่มความน่าเชื่อถือของแบรนด์
  5. ติดตามผลหลังไลฟ์ ใช้ข้อมูลยอดวิว ยอดคอมเมนต์ Engagement ระหว่างแบรนด์กับลูกค้า และ Conversion Rate เพื่อปรับกลยุทธ์ให้ดีขึ้น

สิ่งเหล่านี้ช่วยให้การขายของผ่านไลฟ์กลายเป็นเครื่องมือสร้างรายได้ที่ต่อเนื่องและยั่งยืน

การร่วมมือกับ Influencer / KOL เพื่อขยายฐานลูกค้า

อีกปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ Live Commerce ไทยเติบโตคือ KOL / Influencer Marketing หรือการร่วมมือกับ KOL ที่มีฐานแฟนคลับชัดเจน การเลือก Influencer สำหรับ ขายของผ่านไลฟ์มีผลต่อยอดขายมาก ตัวอย่างเช่น แบรนด์เครื่องสำอางที่เชิญบิวตี้บล็อกเกอร์มาไลฟ์รีวิวสินค้า ทำให้ผู้ชมรู้สึกเชื่อถือและตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น

           จากข้อมูลของ Statista – Influencer marketing in Asia-Pacific พบว่ากว่า 60% ของผู้บริโภคในภูมิภาคนี้ตัดสินใจซื้อสินค้าหลังเห็น KOL แนะนำ โดยเฉพาะการขายของผ่านไลฟ์ที่มีความเป็นธรรมชาติและโต้ตอบได้แบบเรียลไทม์ ทำให้เกิด Conversion สูงกว่าโฆษณาแบบเดิมหลายเท่า

โอกาสและความท้าทายของธุรกิจไทยในตลาด Live Commerce

Live Commerce ไทยมีโอกาสมหาศาลสำหรับธุรกิจทุกขนาด ทั้งแบรนด์ใหญ่และ SME เพราะต้นทุนต่ำและเข้าถึงผู้บริโภคได้รวดเร็ว แต่ก็มีความท้าทายที่ต้องระวัง เช่น

  • การแข่งขันสูง: ใครๆ ก็สามารถขายของผ่านไลฟ์ได้ ต้องสร้างเอกลักษณ์และคาแรกเตอร์เฉพาะตัว
  • ความเหนื่อยและความต่อเนื่อง: การไลฟ์สดต้องใช้พลังงานสูงและสม่ำเสมอ เพื่อรักษาฐานผู้ชม และใช้เทคนิคพูดขายของให้ปังใน Live Commerce ไทย
  • ความน่าเชื่อถือของสินค้า: หากสินค้าไม่ตรงปกหรือบริการไม่ดี อาจเกิดกระแสลบได้รวดเร็ว

ในอีกมุมหนึ่ง โอกาสของธุรกิจไทยคือการต่อยอด Live Commerce ไทยด้วยเทคโนโลยี AI และระบบวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อคาดการณ์พฤติกรรมผู้ชม สร้างเนื้อหาที่ตรงใจ และเพิ่มยอดขายอย่างแม่นยำ

บทสรุป Live Commerce คืออนาคตของการขายออนไลน์ไทย

           Live Commerce ไทยไม่ได้เป็นเพียงเทรนด์ชั่วคราว แต่เป็น “อนาคตของการขายออนไลน์” ที่เชื่อมโยงระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคได้อย่างใกล้ชิดที่สุด การขายของผ่านไลฟ์เปิดโอกาสให้ทุกคนสามารถเป็นผู้ขายได้ในโลกดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นแม่ค้าออนไลน์รายย่อยหรือบริษัทขนาดใหญ่

ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า เราจะเห็น Live Commerce ผสานเข้ากับเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น AR/VR, ระบบชำระเงินออนไลน์ผ่านการแสกน QR และ AI ช่วยจัดการระบบหลังบ้าน เพื่อให้ประสบการณ์การช้อปปิ้งของคนไทยสมบูรณ์แบบมากขึ้น ธุรกิจที่เข้าใจพฤติกรรมผู้ซื้อออนไลน์ไทยและปรับตัวสู่โลกของ Live Commerce ไทย ได้ก่อน ย่อมมีโอกาสสร้างแบรนด์ที่โดดเด่นและครองใจลูกค้าในยุคดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน

หากธุรกิจของคุณต้องการเจาะตลาดออนไลน์อย่างมืออาชีพด้วยกลยุทธ์ Live Commerce พร้อมทั้งใช้วิธีการขายของผ่านไลฟ์อย่างมืออาชีพ สามารถติดต่อบริษัท ฮัลโหลแอดส์ (HelloAds) เอเจนซี่ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ครบวงจรได้ที่ Facebook Page: HelloAds หรือWebsite: https://helloads.net/contact-us/

ติดต่อขอคำปรึกษาฟรี! ให้เราช่วยธุรกิจของคุณ ให้ลูกค้ารู้จักคุณ

เพิ่มยอดขาย ก้าวสู่การตลาดในโลกออนไลน์ เพราะเรามั่นใจ ว่าเราจะช่วยให้ธุรกิจคุณ เติบโตบนโลกดิจิตอลได้อย่างแท้จริง

Share this post

บทความที่เกี่ยวข้อง