ยาวไปอยากเลือกอ่าน
Toggleทำไม Live Commerce จึงเป็นโอกาสของแบรนด์ไทยยุคใหม่
ในยุคที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว Live Commerce หรือการขายสินค้าผ่านการไลฟ์สด กลายเป็นช่องทางที่แบรนด์ไทยไม่ควรมองข้าม เพราะสามารถสร้างทั้งยอดขายและความสัมพันธ์กับลูกค้าได้พร้อมกัน ผลสำรวจจาก ETDA พบว่า ผู้บริโภคชาวไทยกว่า 70% เคยซื้อสินค้าผ่านไลฟ์อย่างน้อยเดือนละครั้ง โดยเฉพาะสินค้าประเภทแฟชั่น ความงาม และอาหารเสริม ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่ากลยุทธ์ Live Commerce คือโอกาสทองของธุรกิจที่ต้องการเติบโตในตลาดดิจิทัล
สำหรับแบรนด์ไทยมือใหม่ นี่คือเวลาที่เหมาะที่สุดในการเริ่มต้น เพราะไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณมหาศาลเหมือนสื่อโฆษณาแบบเดิม แต่สามารถใช้ความคิดสร้างสรรค์และคอนเทนต์คุณภาพแทนได้ หากวางแผนอย่างเป็นระบบและเข้าใจกลุ่มเป้าหมายอย่างแท้จริง
เตรียมความพร้อมก่อนเริ่มไลฟ์
ก่อนเข้าสู่โลกของกลยุทธ์ Live Commerce สิ่งสำคัญคือ การเตรียมพร้อมทั้งในด้านอุปกรณ์ ทีมงาน และเนื้อหา
- อุปกรณ์พื้นฐาน: ใช้กล้องความละเอียดสูง ไมโครโฟนคุณภาพดี และแสงไฟที่เพียงพอ เพราะภาพและเสียงคือสิ่งแรกที่สร้างความประทับใจ
- เตรียมสคริปต์และลำดับเนื้อหา: แม้จะเป็นไลฟ์แบบเป็นธรรมชาติ แต่ควรกำหนดจุดสำคัญ เช่น การแนะนำสินค้า โปรโมชั่น และช่วงตอบคำถาม
- ฝึกซ้อมก่อนจริง: เพื่อเช็กระบบและลดความตื่นเต้น โดยเฉพาะหากเป็นแบรนด์มือใหม่ที่ยังไม่คุ้นกับกล้อง
การวางแผนที่ดีจะช่วยให้การไลฟ์ขายของไม่สะดุด และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับแบรนด์ได้มากขึ้น ซึ่งถือเป็นหนึ่งในหัวใจของการขายออนไลน์ไทย ที่ต้องแข่งขันกันด้านความไว้วางใจและความเป็นมืออาชีพ
หลายคนอาจจะมีคำถามว่า ต้องเตรียมอะไรบ้างก่อนเริ่มทำ Live Commerce? สามารถตอบได้ว่า ควรเตรียมอุปกรณ์พื้นฐาน เช่น กล้อง ไมค์ และไฟให้พร้อม จัดทำสคริปต์พูดอย่างเป็นระบบ และฝึกซ้อมก่อนจริง เพื่อให้การไลฟ์ดูมืออาชีพ รวมถึงเตรียมโปรโมชั่นหรือกิจกรรมเพื่อดึงดูดความสนใจลูกค้าในระหว่างไลฟ์
เลือกแพลตฟอร์มให้เหมาะกับสินค้าและงบประมาณ
อีกหนึ่งขั้นตอนสำคัญของกลยุทธ์ Live Commerce คือการเลือกแพลตฟอร์ม Live Commerce ไทยที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย เพราะแต่ละช่องทางมีจุดแข็งต่างกัน เช่น
- Facebook Live: เหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการสร้างคอมมูนิตี้และเข้าถึงกลุ่มอายุ 25–40 ปี
- TikTok Live: เหมาะกับสินค้าสำหรับคนรุ่นใหม่ที่เน้นความไวและบันเทิง
- Shopee Live / Lazada Live: ดีสำหรับแบรนด์ที่ต้องการปิดการขายทันทีผ่านระบบตะกร้าสินค้า
- YouTube Live: ใช้สร้างคอนเทนต์ยาวและความน่าเชื่อถือในระยะยาว
แบรนด์ควรประเมินต้นทุนในการไลฟ์สดขายสินค้า เช่น ค่าโปรดักชันหรือค่าโฆษณาโปรโมต พร้อมวิเคราะห์ว่าแต่ละแพลตฟอร์มช่วยสนับสนุนการขายออนไลน์ไทย ได้มากน้อยแค่ไหน เพื่อให้คุ้มค่ากับการลงทุนที่สุด หากคุณต้องการศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแพลตฟอร์มการ Live สามารถเข้ามาอ่านได้ที่ เปรียบเทียบความต่าง 4 Live Streaming แพลตฟอร์มไลฟ์สดที่คนทำธุรกิจไม่ควรพลาด!
วางแผนคอนเทนต์ให้โดนใจผู้ชม
หัวใจของกลยุทธ์ Live Commerce คือ คอนเทนต์ที่ต้องดึงดูดความสนใจตั้งแต่วินาทีแรก การไลฟ์ที่ดีไม่ใช่แค่ขายสินค้า แต่ต้องเล่าเรื่องให้ผู้ชมรู้สึกเชื่อมโยงกับแบรนด์
แนวทางกลยุทธ์ Live Commerce สำหรับแบรนด์มือใหม่ในไทยที่ควรนำมาใช้ ได้แก่
- ใช้ Storytelling: เล่าเบื้องหลังสินค้า วิธีการผลิต หรือแรงบันดาลใจของแบรนด์ เป็นการสร้างแบรนด์ผ่านไลฟ์สดที่ควรทำ
- สร้างธีมไลฟ์แต่ละครั้ง เช่น “Flash Sale 30 นาที” หรือ “รีวิวของจริงไม่มีกั๊ก”
- ใส่ Call to Action ชัดเจน เช่น “พิมพ์คำว่า ‘สนใจ’ เพื่อรับโค้ดลดราคา”
แผนคอนเทนต์ Live Commerce ที่คิดมาอย่างดีจะช่วยเพิ่มเวลาในการรับชมและยอดสั่งซื้อ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญของความสำเร็จในโลกของการขายออนไลน์ไทย
เทคนิคการสร้าง Engagement ระหว่างไลฟ์
แบรนด์มือใหม่จำนวนมากพลาดโอกาสเพราะมองข้ามการมีส่วนร่วมของผู้ชม การสร้าง Engagement ถือเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญของกลยุทธ์ Live Commerce ที่ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง
เทคนิคไลฟ์สดที่ใช้ได้จริง เช่น
- ตั้งคำถามระหว่างไลฟ์เพื่อให้ผู้ชมตอบในคอมเมนต์
- แจกของรางวัลเล็กๆ เช่น ส่วนลดหรือของที่ระลึกสำหรับคนตอบถูก เป็นเทคนิคทำ Live Commerce เพิ่มยอดขายสำหรับธุรกิจออนไลน์มือใหม่
- ตอบคอมเมนต์แบบเรียลไทม์ เพื่อให้ผู้ชมรู้สึกว่าแบรนด์ใส่ใจ
Engagement ที่ดีไม่เพียงเพิ่มยอดขาย แต่ยังช่วยให้ผู้ชมกลับมาในไลฟ์ครั้งต่อไป สร้าง “ฐานแฟน” ที่ยั่งยืนสำหรับการขายออนไลน์ไทย หากคุณต้องการเอเจนซี่มืออาชีพช่วยสร้าง Engagement ระหว่างไลฟ์สามารถเข้ามาดูบริการของเราได้ที่ บริการของฮัลโหลแอดส์
กลยุทธ์ร่วมมือกับ Influencer หรือ Micro-KOL
การร่วมมือกับ Influencer หรือ Micro-KOL เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ Live Commerce ที่ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือให้แบรนด์ โดยเฉพาะสำหรับมือใหม่ที่ยังไม่มีฐานผู้ติดตามของตัวเอง
- Influencer ระดับกลาง–ใหญ่: เหมาะกับการเปิดตัวสินค้าใหม่ หรือสร้างกระแสในวงกว้าง
- Micro-KOL (ผู้ติดตามหลักพัน–หมื่น): เหมาะกับการสร้างยอดขายเฉพาะกลุ่ม เพราะเข้าถึงผู้ชมที่ไว้วางใจจริง
แบรนด์สามารถเลือกจับมือกับ Influencer ที่สอดคล้องกับภาพลักษณ์สินค้าเป็นวิธีเริ่มต้น Live Commerce ให้ขายดีในตลาดไทย เช่น สกินแคร์ร่วมกับบิวตี้บล็อกเกอร์ หรือแบรนด์อาหารร่วมกับนักรีวิวสายกิน ทั้งนี้ควรมีการวัดผลชัดเจนหลังไลฟ์ เพื่อดูว่าการเลือก Influencer หรือ KOL ส่งผลต่อยอดขายจริงหรือไม่
วิเคราะห์ผลหลังไลฟ์ เพื่อปรับปรุงครั้งต่อไป
หลังจากจบไลฟ์ อย่าปล่อยให้ข้อมูลสูญเปล่า การวิเคราะห์ผลเป็นขั้นตอนที่สำคัญไม่แพ้การวางแผน เพราะช่วยให้กลยุทธ์ Live Commerce รอบต่อไปมีประสิทธิภาพมากขึ้น
สิ่งที่ควรเก็บข้อมูล ได้แก่
- จำนวนผู้เข้าชมพร้อมกัน (Peak Viewers)
- ยอดขายระหว่างและหลังไลฟ์
- อัตราการมีส่วนร่วม (Engagement Rate)
- คอมเมนต์หรือฟีดแบ็กจากลูกค้า
จากนั้นนำผลมาวิเคราะห์ว่า คอนเทนต์ช่วงไหนผู้ชมมีส่วนร่วมมากที่สุด หรือสินค้าใดขายดีที่สุด มีการวิเคราะห์ยอดขายหลังไลฟ์ เพื่อนำไปปรับแผนในครั้งถัดไปได้อย่างแม่นยำ ซึ่งนี่คือสิ่งที่ทำให้การขายออนไลน์ไทย มีมาตรฐานและแข่งขันได้ในระยะยาว
Live Commerce ไม่ใช่เรื่องของดวง แต่คือเรื่องของกลยุทธ์
ความสำเร็จของกลยุทธ์ Live Commerce ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “ดวง” หรือ “จำนวนผู้ชม” เท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับการวางแผนอย่างรอบคอบ การเตรียมทีมที่พร้อม และการเข้าใจพฤติกรรมการซื้อของผ่านไลฟ์ของผู้บริโภคไทย การเริ่มต้นอาจดูยาก แต่ทุกแบรนด์สามารถเรียนรู้และพัฒนาได้
Live Commerce คือสนามแห่งโอกาสที่เปิดกว้างสำหรับทุกธุรกิจ โดยเฉพาะแบรนด์ไทยที่ต้องการยืนหยัดในยุคดิจิทัล หากสามารถผสมผสานคอนเทนต์ที่สร้างสรรค์ ความจริงใจในการสื่อสาร และข้อมูลเชิงกลยุทธ์ที่ชัดเจน การขายสดของคุณจะไม่ใช่แค่การนำเสนอสินค้า แต่จะกลายเป็น “ประสบการณ์” ที่ผู้ชมอยากกลับมาซ้ำอีก
ดังนั้น สำหรับใครที่กำลังเริ่มต้น จงจำไว้ว่า Live Commerce คือการตลาดเชิงกลยุทธ์ที่วัดผลได้จริง และเมื่อคุณวางแผนอย่างมีระบบ แบรนด์ของคุณก็พร้อมจะก้าวสู่ความสำเร็จในโลกของการขายออนไลน์ไทยได้อย่างมั่นคง หากธุรกิจของคุณต้องการเจาะตลาดออนไลน์อย่างมืออาชีพด้วยกลยุทธ์ Live Commerce พร้อมทั้งใช้วิธีการขายออนไลน์ไทยอย่างมืออาชีพ สามารถติดต่อบริษัท ฮัลโหลแอดส์ (HelloAds) เอเจนซี่ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดออนไลน์ครบวงจรได้ที่ Facebook Page: HelloAds หรือWebsite: https://helloads.net/contact-us/


