Please add Image or Slider Widget in Appearance Widgets Page Banner.
If you would like to use different Widgets on each page, we reccommend Widget Context Plugin.
Data-Driven Marketing

Data-Driven Marketing กลยุทธ์นำโลกธุรกิจสู่ความสำเร็จ

Data-Driven Marketing กุญแจสู่ความสำเร็จในยุค Digital Marketing

 

ในโลกปัจจุบันนี้ Data เป็นสิ่งสำคัญที่อยู่เบื้องหลังในการขับเคลื่อน Digital Marketing เป็นสิ่งที่นักการตลาดยุคใหม่หลายคนให้ความสำคัญในการวางแผนธุรกิจ ทั้งในด้านแผนการตลาดเพื่อเข้าถึงลูกค้า การทำแคมเปญโฆษณา การพัฒนาสินค้าและบริการตัวใหม่ รวมทั้งการบริการแบบเข้าใจลูกค้าแบบเฉพาะบุคคล เพราะยิ่งเรารู้จักการใช้ Data ให้เกิดประโยชน์กับการตลาดมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในตลาดใหม่ๆ ได้มากยิ่งขึ้น

ถ้าอย่างนั้นกลยุทธ์ Data-Driven Marketing คืออะไร? Data-Driven Marketing ก็คือกลยุทธ์ที่นักการตลาดสามารถใช้ข้อมูลที่มีอยู่ให้เกิดประสิทธิภาพ และสามารถนำไปปรับใช้กับแบรนด์ได้หลากหลายช่องทางและรูปแบบ เพื่อทำให้แบรนด์เข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ได้เป็นอย่างดี 

ดังนั้น การตลาดแบบเดิมๆ อาจไม่ตอบโจทย์กับผู้บริโภคในยุคนี้ที่ต้องการความไวและมีความคาดหวังในตัวแบรนด์มากกว่าอดีต ซึ่งการที่นักการตลาดจะสามารถเข้าใจถึงเหตุผล ความต้องการ และพฤติกรรมของกลุ่มลูกค้าได้ เราจะต้องรู้จักใช้ข้อมูลและเครื่องมือที่เหมาะสมนั่นเอง

ด้วยเหตุที่การตลาดในปัจจุบันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป แบรนด์จึงไม่สามารถผลิตเพียงสินค้าที่มีคุณภาพดีมาเป็นจุดแข็งจุดเดียวได้อีกแล้ว เพราะนั่นอาจไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้ และหากสินค้าของเราเข้าไม่ถึงผู้บริโภคกลุ่มใหญ่ และยังมีแบรนด์คู่แข่งใหม่ๆ เกิดขึ้นตลอดเวลา การใช้ Data-Driven Marketing จึงช่วยให้เราวางแผนการตลาดได้มีทิศทางและสามารถวัดผลได้มากกว่า

 

4 เหตุผลที่นักการตลาดควรใช้ Data ในการวางแผนการตลาด 

 

เพราะ Data-Driven Marketing เป็นตัวช่วยให้เรารู้จักกลุ่มเป้าหมายและช่วยวางแผนทิศทางการทำการตลาดได้ดีมากยิ่งขึ้น แต่สำหรับนักการตลาดคนไหนที่ยังไม่แน่ใจว่าการใช้ Data ดีกับธุรกิจอย่างไร และทำไมถึงต้องนำมาใช้ต่อยอดทางการตลาด 

วันนี้ HelloAds เลยจะมาอธิบาย 4 เหตุผลที่นักการตลาดควรใช้ Data-Driven Marketing นั่นก็คือ

  1. เข้าใจถึงพฤติกรรมและความต้องการของลูกค้า จะช่วยให้เราทำความเข้าใจพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายที่จะกลายมาเป็นลูกค้าในอนาคต รวมทั้งการทำให้ลูกค้ากลายเป็นลูกค้าที่ภักดีต่อแบรนด์ (Customer Loyalty) ได้เป็นอย่างดี ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยให้เราสามารถนำไปต่อยอดในการทำการตลาดแบบ Personalization ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสถิติจากการใช้ Data ขับเคลื่อนในการทำการตลาดแบบเฉพาะบุคคลจะช่วยให้ ROI เพิ่มสูงขึ้นถึง 5-8 เท่า 
  2. ช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการต่างๆ แม้ว่าสินค้าและบริการของแบรนด์จะมีคุณภาพมากแค่ไหน แต่หากนักการตลาดไม่ได้ใช้ Data เข้ามาวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย ก็อาจจะทำให้ยอดขายไม่เป็นไปตามเป้า เพราะสินค้าของแบรนด์อาจไม่เป็นที่ต้องการในกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มนั้นจริงๆ ดังนั้น การใช้ Data ในการทำการตลาดออนไลน์จะช่วยให้แบรนด์ออกแบบผลิตภัณฑ์ได้ตรงใจกับความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้นนั่นเอง ซึ่งจากสถิติแล้ว แบรนด์ที่ใช้ Data ในการปรับปรุงสินค้าและบริการ จะช่วยให้ 89% ของผู้บริโภคเปลี่ยนใจซื้อสินค้าและบริการเลยทีเดียว
  3. สามารถตอบสนองกับลูกค้าได้แบบ Real-Time เพราะ Data-Driven Marketing จะช่วยให้นักการตลาดสามารถเข้าถึงลูกค้าได้อย่างง่ายดาย ส่งผลให้แบรนด์สามารถวิเคราะห์ว่าลูกค้าว่าใช้ช่องทางใดในการเข้าถึงสินค้าและบริการ ต้องการคอนเทนต์แบบไหน หรือแคมเปญแบบใดที่ตอบโจทย์
  4. รักษาความสัมพันธ์ระหว่างลูกค้า โดยเฉพาะลูกค้าที่ภักดีต่อแบรนด์ เนื่องจากปัจจุบันนี้ผู้คนมักจะมีการค้นหาสินค้าหรือแบรนด์ใหม่ๆ อยู่เสมอ ไม่ได้ยึดติดกับแบรนด์ไหนเป็นพิเศษ แต่จะตัดสินใจซื้อสินค้าที่สามารถตอบสนองตนเองได้ ดังนั้น การทำการตลาดโดยใช้ Data จะทำให้แบรนด์วางกลยุทธ์ เพื่อดูแลลูกค้าได้ดีขึ้น ด้วยการนำพฤติกรรมการใช้งานจากหน้าเว็บไซต์และช่องทางโซเชียลมีเดียมาวิเคราะห์เพื่อตรวจสอบว่าโฆษณาแบบไหนตรงใจผู้ใช้งาน 

Data-Driven Marketing กุญแจสำคัญในการปรับปรุง ROI และประสบการณ์ลูกค้า

 

ในยุคนี้ความสำเร็จของการทำ Digital Marketing นั้นอยู่ที่การเข้าใจและใช้ข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้การตัดสินใจทางการตลาดในทุกมิติต้องอิงข้อมูลเป็นหลัก ตั้งแต่การเลือกช่องทางโฆษณาที่เหมาะสม การกำหนดเป้าหมายลูกค้าที่แม่นยำ ไปจนถึงการจัดสรรงบประมาณที่คุ้มค่าที่สุด เพื่อประโยชน์สูงสุดในการลงทุน 

ตามรายงานของ Forbes แบรนด์ที่นำข้อมูลมาใช้ในการวางกลยุทธ์จะมีโอกาสเพิ่ม ROI ถึง 6 เท่า เมื่อเทียบกับบริษัทที่ไม่ใช้ข้อมูลในการตัดสินใจทางการตลาด นอกจากนี้ การศึกษาจาก McKinsey Global Institute ระบุว่าการใช้ Big Data ในการตัดสินใจทางธุรกิจสามารถผลักดันให้ผลกำไรของบริษัทเพิ่มขึ้นได้ถึง 5-6% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่สามารถมองข้ามได้อีกด้วย นอกจากนี้ การศึกษาจาก Boston Consulting Group ยังพบว่าบริษัทที่มีการทำ Data-Driven Marketing สามารถเพิ่มประสิทธิภาพการจัดสรรงบประมาณได้ถึง 30% 

ด้วยเหตุนี้ Data-Driven Marketing จึงไม่เพียงช่วยให้ธุรกิจสามารถเพิ่ม ROI ได้เท่านั้น แต่ยังสร้างประสบการณ์ที่ลูกค้าพึงพอใจได้อีกด้วย ด้วยการเข้าใจพฤติกรรมลูกค้าผ่านข้อมูลที่เก็บรวบรวม ช่วยให้สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และโปรโมชันที่ตอบโจทย์ความต้องการของพวกเขาได้อย่างแม่นยำ ส่งผลให้มีความภักดีต่อแบรนด์เพิ่มขึ้นและการบอกต่อที่ดียิ่งขึ้น

 

HelloAds เอเจนซีผู้เชี่ยวชาญด้าน Data

 

หากแบรนด์เลือกเอเจนซีที่เชี่ยวชาญในด้าน Digital Marketing และ Data Science ก็จะช่วยให้ธุรกิจของคุณก้าวหน้าโดยมี Data เป็นพื้นฐาน HelloAds เป็นเอเจนซีที่มีความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนำมาพัฒนาแคมเปญให้ลูกค้าต่อไป ดังนั้น หากใครสนใจทำการตลาดออนไลน์เพื่อเป็นผู้นำในตลาด HelloAds ยินดีที่จะให้คำปรึกษาและวางแผนการตลาดสำหรับแบรนด์คุณโดยเฉพาะ ติดต่อเราเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเลย 

 

แหล่งอ้างอิง

https://www.linkedin.com/pulse/data-driven-personalization-key-success-todays-digital-linda-fanaras/

https://stepstraining.co/strategy/marketing5-0-technology-for-humanity-data-driven-and-personalized-marketing-by-philip-kotler

ติดต่อขอคำปรึกษาฟรี! ให้เราช่วยธุรกิจของคุณ ให้ลูกค้ารู้จักคุณ

เพิ่มยอดขาย ก้าวสู่การตลาดในโลกออนไลน์ เพราะเรามั่นใจ ว่าเราจะช่วยให้ธุรกิจคุณ เติบโตบนโลกดิจิตอลได้อย่างแท้จริง

Share this post

บทความที่เกี่ยวข้อง

Copyright © 2018. All rights reserved.