chinese-market

พาส่อง Chinese Market! เพิ่มโอกาสบุกตลาดจีนให้ธุรกิจเติบโตแบบพุ่งทะยาน

สาธารณรัฐประชาชนจีนหรือประเทศจีนที่หลายๆ คนรู้จักกันดีนั้นเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกโดยพิจารณาจากค่า GDP ซึ่งเห็นได้ชัดว่าการบริโภคของคนในประเทศมีความสำคัญในนโยบายอุตสาหกรรมเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ รัฐบาลจีนก็ยังคงรักษาการลงทุนและการผลิต ซึ่งเป็นองค์ประกอบหลักของเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี

แม้แต่มณฑลที่ใหญ่ที่สุดของจีนอย่างมณฑลกวางตุ้ง ยังมีค่า GDP ที่มากกว่าของแคนาดา หรือสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีที่มีศูนย์กลางอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ ก็มีขนาด GDP ที่เทียบเท่ากับประเทศเยอรมนีทั้งประเทศเลยทีเดียว

จะเห็นได้ว่าตลาดจีนนั้นเป็นตลาดที่ใหญ่มากๆ และมีมูลค่าที่สูง เป็นเหตุให้แต่ละแบรนด์ส่วนใหญ่ต่างก็อยากที่จะเข้าไปลงทุนค้าขายในตลาดจีน ไม่ว่าจะแบรนด์เก่าที่อยู่มานานต้องการขยายฐานลูกค้าในประเทศจีน หรือแม้แต่แบรนด์ใหม่ๆ ก็ตามที

 

วิเคราะห์ตลาดจีนเพื่อเปิดโอกาสตีตลาดจีนให้ง่ายมากขึ้น 

ในไตรมาส 4 ประจำปี 2022 ตัวเลข GDP ของจีนขยายตัว 2.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งตัวเลขนี้เป็นการขยายตัวที่ดีกว่านักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 1.8% ดังนั้น เพื่อสานต่อการขยายตัวของตลาดจีน รัฐบาลจีนจึงได้กำหนดเป้าหมายด้านเศรษฐกิจประจำปี 2022 ไว้ ดังนี้

  1. GDP ขยายตัวร้อยละ 5.5 
  2. การสร้างงานใหม่มากกว่า 11 ล้านคน และอัตราการว่างงานจากการสำรวจไม่เกินร้อยละ 5 
  3. CPI เพิ่มขึ้นร้อยละ 3 
  4. รายได้ประเทศเติบโตในระดับเดียวกับอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจจีน
  5. การค้าระหว่างประเทศมีเสถียรภาพและสามารถยกระดับคุณภาพสินค้าส่งออก 
  6. สร้างความสมดุลของดุลการชำระเงินระหว่างประเทศในภาพรวม 
  7. ปริมาณผลผลิตข้าวสารและธัญพืชเพิ่มขึ้นในระดับที่มากกว่า 6.5 แสนล้านกิโลกรัม 
  8. ปริมาณการปล่อยมลพิษลดลงอย่างต่อเนื่อง

และจีนยังคงดำเนินตามแผนอุตสาหกรรมและนโยบายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งพยายามจะจำกัดการเข้าถึงตลาดสำหรับสินค้านำเข้า ผู้ผลิตจากต่างประเทศ และซัพพลายเออร์หลายๆ เจ้าที่มาจากต่างประเทศ ในขณะที่รัฐบาลให้การสนับสนุนด้านกฎระเบียบที่สำคัญแก่อุตสาหกรรมในท้องถิ่น ผู้ได้รับประโยชน์จากนโยบายที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นรัฐวิสาหกิจเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบริษัทต่างๆ ที่พยายามยกระดับห่วงโซ่คุณค่าทางเศรษฐกิจของจีน

จากเป้าหมายและแนวทางของจีนดังกล่าว เป็นปัจจัยที่ผลักดันให้ไทยจำเป็นที่จะต้องพัฒนาสินค้าที่ส่งออกไปจีน โดยเฉพาะสินค้าเกษตร ข้าวสาร และธัญพืชให้มีคุณภาพและตอบโจทย์อุปสงค์ของผู้บริโภคชาวจีน เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายด้านเศรษฐกิจของจีนประจำปี 2022 โดยเฉพาะการรักษาความมั่นคงด้านอาหาร ผลผลิตข้าวสารและธัญพืช ซึ่งเป็นประเด็นที่รัฐบาลจีนให้ความสำคัญ

ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลจะถูกลากยาวมาจนถึงปี 2023 ทำให้ยังคงเป็นโอกาสที่แบรนด์หลายๆ แบรนด์สามารถเข้ามาตลาดจีนได้ และสำหรับการจะส่งสินค้าไปขายในตลาดจีนนั้น ข้อมูลจาก “ศูนย์ข้อมูลเพื่อธุรกิจไทยในจีน” อธิบายถึงที่มาของการซื้อขายสินค้าระหว่างประเทศผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ หรือ CBEC ว่า รัฐบาลจัดตั้งขึ้นเป็นการช่วยกระตุ้น ความต้องการบริโภคของชาวจีนในการซื้อสินค้าปลีกล็อตเล็กๆ จากต่างประเทศด้วยตนเองแบบถูกกฎหมาย เป็นการสร้างความมั่นใจได้ว่าสินค้าเป็นของแท้ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ โดยไม่ต้องพึ่งพาผู้นำเข้าที่เป็นตัวกลางในการกำหนดราคาผูกขาดตลาด ผูกขาดอำนาจการตัดสินใจสั่งซื้อสินค้าแบบล็อตใหญ่จากต่างประเทศ ทำให้เหมาะสมอย่างยิ่งกับผู้ประกอบการไทยขนาดเล็กที่อยากจะชิมลางลองตีตลาดจีน แต่ไม่อยากลงทุนสูงนั่นเอง

 

ส่องเทรนด์ตลาดจีนที่น่าสนใจ สำหรับแบรนด์ที่ต้องการบุกตลาดจีนห้ามพลาด!

วันนี้ HelloAds เลยจะมาแนะนำเทรนด์ที่มาแรงในตลาดจีน เพื่อให้ทุกคนตัดสินใจได้ว่ากลุ่มเป้าหมายหรือผลิตภัณฑ์ของเราสามารถนำเทรนด์เหล่านี้มาปรับใช้เป็นแคมเปญโฆษณาได้หรือไม่ มาดู 4 เทรนด์ฮอตฮิตของตลาดจีนกันเลย นั่นก็คือ

  • เทรนด์เกี่ยวกับการนอน 

ข้อมูลจาก iiMedia Research เผยว่าในหลายปีที่ผ่านมาตลาดของ Sleep Economy ในจีนจะมีมูลค่าที่เพิ่มสูงถึง 261,630 ล้านหยวน และมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นมาถึง 417,320 ล้านหยวน ซึ่งตลาดจีนมีความต้องการสินค้าที่เกี่ยวกับการนอนเพิ่มขึ้น เช่น ผลิตภัณฑ์ช่วยนอนหลับ อาหารเสริม เจลลี่นอนหลับ ของใช้บนเตียง หมอนยางพารา ที่อุดหูผ้าปิดตา เป็นต้น

  • เทรนด์เกี่ยวกับคนอ้วน

จากพฤติกรรมการบริโภคที่ไม่ดีและการออกกำลังกายน้อยลงในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ซึ่งในปี 2022 ที่ผ่านมามีจำนวนคนอ้วนและผู้ที่มีน้ำหนักเกินในจีนจะสูงถึง 226 ล้านคน จากจำนวนของคนอ้วนที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้อุตสาหกรรมการลดน้ำหนักในประเทศจีนได้มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยในปี 2022 ขนาดของอุตสาหกรรมลดน้ำหนักในประเทศจีนมีมูลค่าถึง 443,470 ล้านหยวน ผู้บริโภคชาวจีนมีความต้องการสินค้าและบริการที่เกี่ยวกับการลดความอ้วนเพิ่มขึ้น เช่น ยาลดน้ำหนัก อาหารลดน้ำหนัก ชาลดน้ำหนัก องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการลดน้ำหนัก เป็นต้น

  • เทรนด์คนโสด

จากข้อมูลของกระทรวงกิจการพลเรือนจีนเผยว่าในปี 2022 มีผู้ที่พักอาศัยคนเดียวประมาณ 100 ล้านคน ซึ่งชาวจีนที่อาศัยอยู่คนเดียวมีความต้องการบริการและผลิตภัณฑ์เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยดังกล่าวได้เกิดธุรกิจที่เกี่ยวข้องตามมา เช่น ธุรกิจสัตว์เลี้ยง เครื่องใช้ไฟฟ้า ภายในบ้านอัจฉริยะ ผลิตภัณฑ์เสมือนจริงและอาหารสำเร็จรูป เป็นต้น

  • เทรนด์การ Live Streaming

จาก “รายงานสถิติเกี่ยวกับการพัฒนาอินเทอร์เน็ตในครั้งที่ 48” ในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายน 2022 มีบัญชีผู้ใช้บริการการ Live Streaming ในจีนรวม 469 ล้านบัญชี ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 204 ล้านบัญชีเมื่อเทียบช่วงเดียวกันจากปีก่อน จากข้อมูลแสดงได้เห็นว่า ขนาดตลาดการ Live Streaming ในจีนเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยมีมูลค่าสูงถึง 3,000,000 ล้านหยวนเลยทีเดียว 

 

4 ธุรกิจส่งออกต่างประเทศของไทยที่นิยมในตลาดจีน

สำหรับธุรกิจในประเทศไทยนั้นได้รับความนิยมจากประชากรชาวจีนเป็นจำนวนมาก เห็นจากสถิติการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยของผู้คนชาวจีนนั้นเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจนถือได้ว่าเป็นกำลังสำคัญของเศรษฐกิจในประเทศไทย ส่งผลให้ธุรกิจในประเทศไทยได้รับความนิยมมากขึ้นเช่นกัน โดย 4 อันดับแรกของธุรกิจในประเทศไทยที่ได้รับความนิยมในประเทศจีน คือ 

  • ผลไม้อบแห้งต่างๆ โดยคนจีนส่วนใหญ่นั้นชื่นชอบและต่างๆ ก็ซื้อผลไม้อบแห้งจากประเทศไทยกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากคนจีนชื่นชอบขนมขบเคี้ยวจากไทย ด้วยความเป็นไทยที่คนจีนชื่นชอบเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว บวกเข้ากับรสชาติที่มีเอกลักษณ์ หาไม่ได้ในเมืองจีน แถมยังตอบโจทย์เรื่องการดูแลสุขภาพด้วย สินค้าขนมและของทานเล่นจากไทย จึงเป็นที่นิยมอย่างมากในตลาดจีน
  • เครื่องสำอาง สกินแคร์ เนื่องจากอิทธิพลของดารา นักแสดง และนักร้องในประเทศไทยที่ดังไกลถึงประเทศจีน ทำให้สินค้ากลุ่มนี้เป็นที่นิยมเป็นพิเศษต่อวัยรุ่นจีนที่ชื่นชอบและติดตามคนดังของประเทศไทย จนทำให้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ที่มักจ้างดาราวัยรุ่นในไทยนั้นมีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักในประเทศจีน 
  • ยาของไทยเป็นที่นิยมมานานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันในหมู่คนจีน โดยเฉพาะกับยาหม่อง ยาอมแก้เจ็บคอ ยาแก้ไอ หรือแม้แต่ยาดมยี่ห้อต่างๆ ซึ่งความนิยมที่ของคนจีนที่มีต่อยาไทยนั้นไม่ลดลงเลยแม้ว่าจะผ่านมาหลายปี กลับมีแต่จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
  • หมอนยางพารา คนจีนมีความเชื่อว่าหมอนยางพาราจากไทย คือสินค้าที่มีคุณภาพดีเยี่ยม แล้วได้รับการบอกต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่นเลยก็ว่าได้ จนหมอนยางพาราจากไทยมักจะขายดิบขายดีมากที่จีนตั้งแต่ในอดีตมาจนถึงปัจจุบัน

 

อยากบุก ‘ตลาดจีน’ ต้องรู้จักแพลตฟอร์มออนไลน์เหล่านี้ให้ดี

ตลาดจีนถือเป็นตลาด E-commerce ที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้ ซึ่งตลาดอีคอมเมิร์ซของจีนนั้นเต็มไปด้วยโอกาสที่ไม่รู้จบ ไม่ว่าจะต้องการขยายธุรกิจปัจจุบันของคุณออกไปยังตลาดจีนหรือต้องการที่จะเริ่มต้นธุรกิจใหม่ในตลาดจีน สามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่ต้องเข้าใจแพลตฟอร์มออนไลน์ของจีนเหล่านี้

  • Weibo

เป็นแพลตฟอร์มเครือข่ายสังคมออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในจีน ซึ่งมีผู้ใช้งานกว่า 400 ล้านคน นับว่าเป็นแพลตฟอร์มโซเชียลอันดับ 1 ในจีนเลยก็ว่าได้ คนจีนใช้ Weibo เป็นโซเซียลมีเดียหลัก โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นจีนในช่วง Gen Y และ Gen Z ที่มักจะติดตามศิลปินหรือไอดอลที่ตนเองชื่นชอบ โดย Weibo เป็นที่แบรนด์จะใช้เป็นเครื่องมือในการเข้าถึงผู้บริโภคในตลาดจีนได้ และความน่าสนใจแพลตฟอร์มนี้ คือการโปรโมตที่เน้นกลุ่มคนดังเป็นหลัก ทำให้มีอิทธิพลทาง สูง และสามารถสร้างกระแสแบบปากต่อปาก ทำให้สามารถเข้าถึงแบรนด์ได้อย่างรวดเร็ว

  • Baidu

เป็นผู้ให้บริการซอฟแวร์ และเสิร์จเอนจิ้นรายใหญ่ของจีน มีลักษณะคล้ายคลึงกับบริการของ Google ที่คนจีนในประเทศส่วนใหญ่นั้นนิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย

  • Wechat 

เป็นแพลตฟอร์มไว้สำหรับแชทหากันของคนจีน ที่มีผู้ใช้งานมากกว่า 1,000 ล้านคน แม้กระทั่งบริษัทต่างๆ ก็ใช้ในการคุยงานกัน เพราะวิธีการเชิญผู้คนให้เข้าร่วมแชทนั้นสะดวกสบายมาก และยังสามารถทำได้ง่ายๆ โดยใช้รหัส QR Code ซึ่งนับว่าเป็นแอปที่กลายมาเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินชีวิตของคนจีนทุกรุ่นเลยก็ว่าได้

  • ติ๊กต๊อกจีน (TikTok จีน) หรือ Douyin

เป็นแพลตฟอร์มสัญชาติจีน ด้วยความโด่งดัง และเป็นที่นิยมของชาวจีนทำให้ Douyin กลายเป็นแอพพลิเคชั่นอันดับ 1 ในด้านความบันเทิงของจีน และเป็นอันดับ 2 ในอุตสาหกรรมโฆษณาดิจิทัลของจีน ซึ่งได้ก้าวแซงหน้า Baidu ไปแล้วเรียบร้อย โดยมียอดดาวน์โหลดเป็นอันดับ 1 และ Douyin หรือ Tiktok ที่หลายๆ คนทั่วโลกต่างรู้จักนั้นเป็นแพลตฟอร์มเดียวกัน แต่ Douyin จะสามารถดาวน์โหลดได้แค่เฉพาะในประเทศจีนเท่านั้น

  • TouTiao

เป็นแพลตฟอร์มที่ให้บริการรวบรวมข่าวสาร ที่ผู้ใช้สามารถอ่านข่าวสารและเรื่องราวต่างๆ ได้ทุกวัน นับว่าเป็นแพลตฟอร์มอัปเดตข่าวสารที่ใหญ่ที่สุดของจีนเลยก็ว่าได้ เพราะมีผู้ใช้งานถึง 120 ล้านคนต่อวัน และกว่า 85% ของผู้ใช้ TouTiao จะเป็นคนวัยหนุ่มสาวที่มีอายุตั้งแต่ 18 – 30 ปี โดยที่ 37.8% จะเป็นฟรีแลนซ์ ผู้ประกอบอาชีพอิสระ หรือเจ้าของบริษัทเอกชน สิ่งนี้ทำให้ TouTiao เป็นแพลตฟอร์มโฆษณาที่เหมาะสำหรับบริษัท B2B มากที่สุด

  • Zhihu

เป็นแพลตฟอร์มที่ให้บริการแบบถามตอบที่ผู้ใช้งานสามารถเขียนคำถาม ให้คำตอบ เผยแพร่ หรือกดหัวใจให้กับคำตอบหรือความเห็นแทนคำขอบคุณ เเละยังชวนผู้ใช้งานคนอื่นมาตอบคำถามได้เช่นเดียวกัน นอกจากนี้ Zhihu ยังสามารถโปรไฟล์ที่ดูเป็นมืออาชีพให้สำหรับแบรนด์ได้เป็นอย่างดีได้อีกด้วย

 

HelloAds จึงมีบริการทำคอนเทนต์และโฆษณา หรือแม้แต่แคมเปญโปรโมตในทั้ง 6 แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียที่สำคัญต่อการตีตลาดจีนเลย ซึ่งจะได้แก่ Weibo, Baidu, Wechat, Douyin, TouTiao และ Zhihu ที่กล่าวถึงความสำคัญของทั้ง 6 แพลตฟอร์มไปแล้วในข้างต้น

หากใครที่สนใจอยากเริ่มทำการตลาด โดยเฉพาะกับตลาดจีน แต่ยังไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง และต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถาม HelloAds เอเจนซีรับทำการตลาดออนไลน์แบบครบวงจรกันได้เลย

ติดต่อขอคำปรึกษาฟรี! ให้เราช่วยธุรกิจของคุณ ให้ลูกค้ารู้จักคุณ

เพิ่มยอดขาย ก้าวสู่การตลาดในโลกออนไลน์ เพราะเรามั่นใจ ว่าเราจะช่วยให้ธุรกิจคุณ เติบโตบนโลกดิจิตอลได้อย่างแท้จริง

Share this post

บทความที่เกี่ยวข้อง